นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ด กสท วันที่ 25 ก.ค.ว่า บอร์ดมีมติอนุมัติในหลักการเบื้องต้นตามที่คณะทำงานพิจารณา ภาพรวมสัมปทาน และกลุ่มโทรศัพท์เคลื่่อนที่บริการ 3G ซึ่งประเมินข้อดีข้อเสียในการแก้ไขสัญญาการให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ระหว่างกลุ่มทรู กับ กสท หลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในด้านคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) สั่งให้แก้ไขใน 6 ประเด็นหลักเพื่อไม่ให้ขัดมาตรา 46 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ โดยคณะทำงานของ กสท เห็นว่า ควรจะทำการร่างสัญญาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อทดแทนสัญญาเก่าที่เกิดปัญหาขึ้น โดยเบื้องต้นคณะทำงานได้เสนอ 3 แนวทางในการดำเนินการไว้ คือ 1.ทำสัญญาใหม่แนบท้ายสัญญาเดิม 2.แก้ไขสัญญาเดิม และ 3.ยกเลิกสัญญาเดิมทั้งฉบับ แล้วทำสัญญาใหม่ขึ้นมา ซึ่งคณะทำงานและฝ่ายบริหารต่างเห็นด้วยกับแนวทางที่ 3 คือ การยกเลิกสัญญาฉบับเดิม เนื่องจากการแก้ไขสัญญาเดิมมีความสลับซับซ้อน และยากจะหาข้อยุติโดยเร็ว อีกทั้งการทำสัญญาใหม่ขึ้นมายังช่วยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับพาร์ตเนอร์รายอื่นๆ ต่อไปด้วย ทั้งนี้ บอร์ด กสท ได้สั่งการให้คณะทำงานกลับไปทำรายละเอียดเพิ่มเติมทั้ง 3 แนวทางดังกล่าว รวมทั้งการทำตลาดใหม่และการร่างสัญญาใหม่เพื่อใช้เป็นสัญญามาตรฐานเพื่อเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาให้บริการในลักษณะการขายต่อบริการ (MVNO) หรือ การขายส่งบริการ
(โฮลเซลล์) ได้เช่นเดียวกับกลุ่มทรู และให้เสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด กสทพิจารณาในวันที่ 8 ส.ค.ที่จะถึงนี้ หลังจากนั้น จึงจะส่งรายละเอียดทั้งหมดให้กลุ่มทรูรับทราบเพื่อใช้ประกอบการเจรจา พร้อมกันนี้ กสท เตรียมส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพื่อขอขยายเวลาในการแก้ไขสัญญาทั้ง 6 ข้อเพิ่มเติมอีก 30 วันจากเดิมจะครบกำหนดในวันที่ 27 ก.ค.นี้ “เบื้องต้นมีการพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มทรูแล้วเพื่อแจ้งให้รับทราบถึงความคืบหน้าการแก้ไขสัญญาว่าจะมีแนวโน้มยกเลิกสัญญาเดิมแล้วทำสัญญาใหม่ขึ้นมา” นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัว หากกลุ่มทรูยังไม่มีการแก้ไขสัญญาให้ชัดเจน ก็ไม่สมควรที่จะเร่งขยายธุรกิจอย่างที่ทำอยู่ในตอนนี้ที่ปัจจุบันทรูมูฟเอชมีลูกค้าในระบบประมาณ 2 ล้านรายและสถานีฐานถึง 7,000 สถานี ควรรอสัญญาใหม่ร่างเสร็จก่อนเพื่อให้กลุ่มทรูยังมีสิทธิเข้าทำตลาดทั้งในรูปแบบ MVNO และขายโฮลเซลล์ให้ได้ แต่ทั้งนี้ ความจุโครงข่ายที่ให้ตามสัญญาใหม่คงไม่ได้ให้สิทธิกลุ่มทรูได้มากถึง 80%
|